บทที่ 6

พื้นฐานโปรแกรม Slicer

พื้นฐานโปรแกรม Slicer

หัวข้อที่จะได้เรียนรู้

  • ตั้งค่า Layer settings
  • Walls / Infill / Support
  • การตั้งค่า Wall Top Bottom Infill
  • การตั้งค่าการพิมพ์ 3D แบบ Advance
  • แถบเครื่องมือ (Tool Bar Slicer)
  • Line Type ผู้สรุปทุกอย่างในงานพิมพ์ 3D

ทำความเข้าใจพื้นฐานของโปรแกรม Slicer การตั้งค่าที่สำคัญ และเทคนิคการเตรียมไฟล์สำหรับการพิมพ์

2. การตั้งค่าการพิมพ์ 3D แบบ Advance

อธิบายการตั้งค่าการพิมพ์ 3D และให้รู้ความหมายของแต่ละคำสั่ง ถ้าตั้งให้ถูกต้อง งานจะออกมาดีแน่นอน

A. Quality (คุณภาพการพิมพ์)

Quality Settings

คำอธิบายการตั้งค่า Quality

Layer height (0.3mm): ความสูงแต่ละชั้น ยิ่งต่ำยิ่งละเอียดแต่ช้า แนะนำ 0.2-0.3mm
First layer height (0.3mm): ความสูงชั้นแรก ตั้งเท่ากับ layer height เพื่อให้ติดแท่นดี
Default (0.62mm): ความกว้างเส้นทั่วไป ปกติตั้งตามขนาด nozzle
First layer (0.8mm): เส้นชั้นแรกกว้างขึ้น ช่วยให้ติดแท่นแน่น
Outer wall (0.62mm): ความกว้างผนังนอก ควบคุมความละเอียดผิว
Inner wall (0.62mm): ความกว้างผนังใน เท่ากับ outer wall
Top/Sparse/Internal solid infill (0.62mm): ความกว้างเส้นส่วนต่างๆ ตั้งเท่ากันหมด
Seam position - Nearest: ตำแหน่งรอยต่อ ให้ซ่อนอัตโนมัติ
Seam gap (10%): ช่องว่างที่รอยต่อ ลดการไหลเกิน
Slice gap closing radius (0.049mm): ปิดช่องว่างเล็กๆ ใน model
Resolution (0.05mm): ความละเอียดการตัด model ยิ่งต่ำยิ่งเรียบ
Arc fitting (เปิด): ปรับเส้นโค้งให้นิ่มนวลขึ้น
Precise wall (เปิด): ผนังแม่นยำขึ้น ขนาดชิ้นงานตรงตามที่ออกแบบ
Ironing type - No ironing: รีดผิวบนให้เรียบ ปิดถ้าไม่ต้องการ
Wall generator - Classic: วิธีสร้างผนังแบบมาตรฐาน
Walls printing order - Inner/Outer: ลำดับพิมพ์ผนัง พิมพ์ในก่อนนอก
Bridge flow ratio (1): อัตราการไหลตอนสะพาน 1 = ปกติ
Detect overhangs (เปิด): ตรวจจับส่วนยื่นและชะลอความเร็ว
Make overhangs printable (90°): ปรับมุมส่วนยื่นให้พิมพ์ง่ายขึ้น

B. Strength (ความแข็งแรง)

Strength Settings

คำอธิบายการตั้งค่า Strength

Wall loops (2): จำนวนชั้นผนัง ยิ่งมากยิ่งแข็งแรง แนะนำ 2-3
Alternate extra wall (ปิด): สลับผนังพิเศษ ช่วยเสริมความแข็งแรง
Detect thin walls (ปิด): ตรวจจับผนังบาง ปรับให้พิมพ์ได้
Top shell layers (5): จำนวนชั้นผิวบน ยิ่งมากยิ่งเรียบ
Top shell thickness (0.8mm): ความหนาผิวบน คำนวณจาก layer height
Top surface density (100%): ความหนาแน่นผิวบน 100% = ทึบสนิท
Top surface pattern - Concentric: ลวดลายผิวบนแบบวงกลม สวยงาม
Bottom shell layers (4): จำนวนชั้นผิวล่าง ฐานต้องแข็งแรง
Bottom shell thickness (0.8mm): ความหนาผิวล่าง
Bottom surface density (100%): ความหนาแน่นผิวล่าง ทึบเต็มที่
Bottom surface pattern - Monotonic: ลวดลายผิวล่างแบบทิศเดียว
Top/Bottom solid infill/wall overlap (100%): การทับซ้อนผิวกับผนัง
Sparse infill density (5%): ความหนาแน่น infill งานป้ายใช้ 5% ก็พอ
Fill Multiline (1): จำนวนเส้น infill พร้อมกัน 1 = ทีละเส้น
Sparse infill pattern - Grid: ลวดลาย infill แบบตาราง แข็งแรงดี
Sparse infill direction (45°): มุม infill หมุน 45 องศา
Maximum length of infill anchor (40mm): ความยาวสูงสุดยึด infill
Sparse infill anchor length (400%): ความยาวยึด infill กับผนัง
Internal solid infill pattern - Monotonic: ลวดลาย infill แน่นแบบทิศเดียว
Solid infill direction (45°): มุม solid infill
Apply gap fill - Everywhere: เติมช่องว่างทุกที่
Filter out tiny gaps (1mm): ไม่เติมช่องว่างเล็กกว่า 1mm
Infill/wall overlap (15%): infill ทับผนัง 15% ให้ติดกันแน่น
Infill combination (ปิด): รวม infill หลายชั้นเป็นชั้นเดียว
Detect narrow internal solid infill (เปิด): ตรวจจับพื้นที่แคบและเติม solid
Ensure vertical shell thickness - All: รับประกันความหนาผนังทุกจุด

C. Speed (ความเร็วการพิมพ์)

Speed Settings

คำอธิบายการตั้งค่า Speed

First layer (20mm/s): ความเร็วชั้นแรก ช้าช่วยให้ติดแท่นดี
First layer infill (25mm/s): ความเร็ว infill ชั้นแรก ช้าเล็กน้อย
Initial layer travel speed (100%): ความเร็วเคลื่อนที่ชั้นแรก 100%
Number of slow layers (0): จำนวนชั้นที่พิมพ์ช้า ถ้าเป็น 0 = ไม่มี
Outer wall (120mm/s): ความเร็วผนังนอก ช้ากว่าผนังในเพื่อความสวย
Inner wall (150mm/s): ความเร็วผนังใน เร็วได้เพราะไม่เห็นผิว
Small perimeters (50%): ลดความเร็วรอบเล็กๆ เหลือ 50%
Small perimeters threshold (0mm): ขนาดต่ำสุดที่ถือว่ารอบเล็ก
Sparse infill (250mm/s): ความเร็ว infill เร็วสุดได้
Internal solid infill (200mm/s): ความเร็ว solid infill ภายใน
Top surface (150mm/s): ความเร็วผิวบน ช้าเพื่อความเรียบ
Gap infill (80mm/s): ความเร็วเติมช่องว่าง ค่อนข้างช้า
Support (150mm/s): ความเร็ว support พิมพ์เร็วได้
Support interface (80mm/s): ความเร็วส่วนแยก support ช้าลง
Slow down for overhangs (เปิด): ชะลอที่ส่วนยื่นอัตโนมัติ
Overhang speed (0-50mm/s): ความเร็วส่วนยื่นแต่ละระดับ ช้าลงตามมุม
Bridge (100mm/s): ความเร็วตอนสะพาน ช้าเพื่อความแม่นยำ
Travel (300mm/s): ความเร็วเคลื่อนที่โดยไม่พิมพ์ เร็วสุด
Normal printing (3000mm/s²): ความเร่งปกติ
Outer/Inner wall (2000/0mm/s²): ความเร่งผนังนอกและใน
Bridge/Sparse infill (50%/100%): ความเร่งสะพานและ infill
First layer/Top surface/Travel (1000/2000/0mm/s²): ความเร่งส่วนต่างๆ
Jerk - Default/Outer/Inner/Infill/Top/First/Travel (0/9/9/9/9/9/12mm/s): การกระตุกแต่ละส่วน ควบคุมความรุนแรงตอนเปลี่ยนทิศ
Extrusion rate smoothing (0mm³/s³): ปรับการไหลให้นิ่มนวล

D. Support (โครงรองรับ)

Support Settings

คำอธิบายการตั้งค่า Support

Enable support (เปิด): เปิดใช้งาน support เมื่อมีส่วนยื่น
Type - Tree (auto): รูปแบบ support แบบต้นไม้ แกะง่ายที่สุด
Style - Default (Grid/...): สไตล์ support แบบมาตรฐาน
Threshold angle (30°): มุมขั้นต่ำที่ต้อง support แนะนำ 45-50°
Threshold overlap (50%): การทับซ้อนระหว่าง support กับชิ้นงาน
First layer density (90%): ความหนาแน่น support ชั้นแรก
First layer expansion (2mm): ขยาย support ชั้นแรกให้กว้างขึ้น
On build plate only (ปิด): ใส่ support เฉพาะที่ติดแท่นเท่านั้น
Support critical regions only (ปิด): support เฉพาะจุดสำคัญ
Remove small overhangs (เปิด): ไม่ใส่ support ส่วนยื่นเล็กๆ
Raft layers (0): จำนวนชั้นแพ ปิดเพราะไม่ใช้
Support/raft base - Default: ฐาน support/raft แบบมาตรฐาน
Support/raft interface - Default: ส่วนแยก support แบบมาตรฐาน
Top Z distance (0.2mm): ระยะห่างจากผิวบน ยิ่งห่างยิ่งแกะง่าย
Bottom Z distance (0.2mm): ระยะห่างจากฐาน เท่ากับ top
Support wall loops (0): จำนวนชั้นผนัง support
Base pattern - Default: ลวดลายฐาน support
Base pattern spacing (2.5mm): ระยะห่างลวดลายฐาน
Top/Bottom interface layers (2): ชั้นแยก support กับชิ้นงาน
Interface pattern - Default: ลวดลายส่วนแยก
Top/Bottom interface spacing (0.5mm): ระยะห่างส่วนแยก
Support/object xy distance (0.35mm): ระยะห่างแนวนอน
Don't support bridges (ปิด): ไม่ใส่ support ตรงสะพาน
Independent support layer height (เปิด): support ใช้ layer height อิสระ
Tree support - Tip Diameter (2mm): เส้นผ่านศูนย์กลางปลายกิ่ง
Branch distance (10mm): ระยะห่างระหว่างกิ่ง
Branch Density (30%): ความหนาแน่นกิ่ง แนะนำ 20-30%
Branch diameter (2mm): เส้นผ่านศูนย์กลางกิ่ง
Branch Diameter Angle (5°): มุมขยายกิ่ง
Branch angle (45°): มุมโค้งกิ่ง
Preferred Branch Angle (30°): มุมกิ่งที่ต้องการ

E. Multimaterial (พิมพ์หลายวัสดุ)

Multimaterial Settings

คำอธิบายการตั้งค่า Multimaterial

Prime tower - Enable (ปิด): หอคอยปั่นเส้น เปิดเมื่อพิมพ์หลายสี
Ooze prevention - Enable (ปิด): ป้องกันเส้นไหล ยกหัวขึ้นเมื่อรอคิว
Flush into objects' infill (ปิด): ปล่อยเส้นเก่าลง infill ประหยัดเส้น
Flush into objects' support (เปิด): ปล่อยเส้นเก่าลง support แนะนำเปิด
Use beam interlocking (ปิด): ใช้โครงเชื่อมชิ้นงานหลายส่วน
Interface shells (ปิด): สร้างผนังแยกระหว่างวัสดุ
Maximum width of segmented region (0mm): ความกว้างสูงสุดของพื้นที่แบ่งส่วน
Interlocking depth of segmented region (0mm): ความลึกการเชื่อมระหว่างส่วน
หมายเหตุ: ส่วนนี้ใช้เฉพาะเครื่องที่มีหลาย extruder เท่านั้น สำหรับเครื่อง 1 หัวไม่จำเป็นต้องปรับ

F. Others (อื่นๆ)

Others Settings

คำอธิบายการตั้งค่า Others

Skirt loops (0): จำนวนรอบ skirt วงรอบชิ้นงาน แนะนำ 1-2
Skirt type - Combined: ประเภท skirt รวมทุกชิ้นเป็นวงเดียว
Skirt minimum extrusion length (0mm): ความยาวขั้นต่ำที่ต้องพิมพ์
Skirt distance (2mm): ระยะห่างจากชิ้นงาน ห่างพอไม่ชน
Skirt start point (-135°): จุดเริ่ม skirt ตำแหน่งเริ่มวงแรก
Skirt speed (50mm/s): ความเร็วพิมพ์ skirt
Skirt height (1 layers): ความสูง skirt ปกติ 1 ชั้น
Draft shield - Disabled: กำแพงกันลม ปิดถ้าไม่ต้องการ
Brim type - Auto: ขอบติดแท่น ใส่อัตโนมัติตามขนาด
Brim width (5mm): ความกว้าง brim แนะนำ 3-8mm
Brim-object gap (0.1mm): ระยะห่าง brim จากชิ้นงาน
Slicing Mode - Regular: โหมดตัด ใช้แบบปกติทั่วไป
Print sequence - By layer: ลำดับพิมพ์ พิมพ์ทีละชั้น
Intra-layer order - Default: ลำดับภายในชั้น แบบมาตรฐาน
Spiral vase (ปิด): โหมดแจกัน พิมพ์แบบเกลียวขึ้นเรื่อยๆ
Fuzzy skin - None: ผิวขรุขระ ปิดถ้าต้องการผิวเรียบ
Fuzzy skin generator mode - Displacement: วิธีสร้างผิวขรุขระ
Fuzzy skin noise type - Classic: ประเภทลวดลายผิวขรุขระ
Fuzzy skin point distance (0.3mm): ระยะห่างจุดบนผิวขรุขระ
Fuzzy skin thickness (0.2mm): ความหนาผิวขรุขระ
Apply fuzzy skin to first layer (ปิด): ใส่ผิวขรุขระชั้นแรกด้วย
Reduce infill retraction (เปิด): ลดการดึงเส้นใน infill ประหยัดเวลา
Verbose G-code (ปิด): G-code แบบละเอียด เพิ่มคำอธิบาย
Label objects (ปิด): ใส่ชื่อวัตถุใน G-code
Exclude objects (เปิด): ไม่พิมพ์วัตถุบางชิ้น ประหยัดเวลา
Filename format: รูปแบบชื่อไฟล์ G-code ออกมา ตั้งชื่ออย่างไร

💡 เคล็ดลับสำคัญ

  • • เริ่มต้นด้วยการตั้งค่าพื้นฐาน Quality, Strength, Speed ก่อน ค่อยปรับ Support และอื่นๆ ทีหลัง
  • • งานป้าย: ใช้ Infill 5-10%, Wall 2-3 loops, Top/Bottom 4-5 layers ก็เพียงพอ
  • • งานที่ต้องแข็งแรง: เพิ่ม Wall, Top/Bottom, และ Infill density มากขึ้น
  • • ถ้าผิวไม่สวย: ลดความเร็ว Outer wall และ Top surface ลง 20-30%
  • • ถ้าชิ้นงานยก: เพิ่ม Brim หรือลดความเร็ว First layer
  • • Support แนะนำใช้ Tree type เพราะแกะง่ายและประหยัดวัสดุ

3. การตั้งค่า Wall Top Bottom Infill

Wall Top Bottom Infill

คำอธิบาย Wall, Top, Bottom, Infill

  • Wall (ผนัง): ส่วนผนังด้านข้างของชิ้นงาน กำหนดความหนาและจำนวนชั้นของผนัง ยิ่งหนามากยิ่งแข็งแรง
  • Top (ด้านบน): ส่วนผิวด้านบนของชิ้นงาน กำหนดจำนวนชั้นและรูปแบบการพิมพ์ผิวบน
  • Bottom (ด้านล่าง): ส่วนผิวด้านล่างของชิ้นงาน กำหนดจำนวนชั้นและความแข็งแรงของฐาน
  • Infill (โครงสร้างภายใน): ส่วนโครงสร้างด้านในชิ้นงาน กำหนดความหนาแน่นและรูปแบบ ส่งผลต่อความแข็งแรงและน้ำหนัก

"Walls top bottom Infill รู้แค่นี้ก็สร้างป้ายได้"

รูปแบบ Infill (3D Printing)

รูปแบบ Infill 3D Printing

คำอธิบายรูปแบบ Infill แต่ละประเภท

Concentric: เส้นวิ่งตามรูปทรงชิ้นงานเป็นวงซ้อนๆ เหมาะกับงานที่อยากให้ผิวด้านบนสวย ยืดหยุ่นดี
Rectilinear: เส้นตรงไขว้กันเป็นตารางพื้นฐาน แข็งแรงพอสมควร พิมพ์เร็ว ใช้ทั่วไป
Grid: ตารางสี่เหลี่ยมตัดกัน 2 ทิศ แข็งแรงกว่า Rectilinear รับแรงได้ดี
2D Lattice: โครงตาข่าย 2 มิติ เน้นน้ำหนักเบาและการกระจายแรง
Line: เส้นตรงทิศเดียว พิมพ์เร็วที่สุด แต่แข็งแรงน้อย
Cubic: โครงสร้างลูกบาศก์ 3 มิติ แข็งแรงทุกทิศ เหมาะกับงานรับแรง
Triangles: โครงสามเหลี่ยม แข็งแรงดีมากในระนาบเดียว ใช้วัสดุน้อยหน่วย
Tri-hexagon: ผสมสามเหลี่ยมกับหกเหลี่ยม แข็งแรงและยืดหยุ่น
Gyroid: โครงคลื่นต่อเนื่อง 3 มิติ แข็งแรงทุกทิศ น้ำหนักเบา นิยมมาก
Honeycomb: ลายรังผึ้ง แข็งแรงดี น้ำหนักเบา สวยงาม
Adaptive Cubic: Cubic แบบปรับความหนาแน่นอัตโนมัติ ประหยัดเวลาและวัสดุ
Aligned Rectilinear: Rectilinear ที่จัดแนวเส้นให้ตรงกันทุกชั้น แข็งแรงตามทิศเดียว
3D Honeycomb: รังผึ้งแบบ 3 มิติ แข็งแรงกว่ารังผึ้งปกติ
Hilbert Curve: เส้นโค้งต่อเนื่องแบบคณิตศาสตร์ เน้นผิวบนเรียบ แต่ไม่แข็งแรงมาก
Archimedean Chords: ลายโค้งเป็นวงเวียนคณิต เน้นความสวยและการไหลของเส้น
Octagram Spiral: ลายดาวหมุนเป็นเกลียว ใช้โชว์งานหรืองานทดลอง
Support Cubic: Cubic ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นโครง Support แกะง่าย
Lightning: โครงเหมือนสายฟ้า ใช้ Infill น้อยมาก เหมาะกับชิ้นที่ไม่รับแรง
Cross Hatch: เส้นไขว้ที่เป็นตาข่าย แข็งแรงปานกลาง ผิวสำเร็จ
Quarter Cubic: Cubic แบบลดทอน ใช้วัสดุน้อยกว่าแต่ยังแข็งแรงพอสมควร

Top Surface Pattern (รูปแบบผิวด้านบน)

Top Surface Pattern

คำอธิบายรูปแบบ Top Surface แต่ละประเภท

Concentric: เส้นวิ่งตามขอบชิ้นงานเป็นวงซ้อนกัน ผิวดูเนียน สวย เหมาะกับงานโชว์ งานตกแต่ง
Rectilinear: เส้นตรงไขว้ไปมาแบบพื้นฐาน ผิวเรียบสม่ำเสมอ ใช้ทั่วไป
Monotonic: เส้นเรียงทิศเดียวกันตลอดทั้งผิว ช่วยให้สีและผิวดูสม่ำเสมอมาก ลดเงาต่าง
Monotonic Line: เหมือน Monotonic แต่เป็นเส้นตรงทิศเดียวล้วนๆ ผิวดูเรียบและเนียนตา
Aligned Rectilinear: Rectilinear ที่จัดแนวเส้นให้ตรงกันทุกชั้น ผิวดูเป็นระเบียบ แข็งแรงตามแนวเส้น
Hilbert Curve: เส้นโค้งต่อเนื่องแบบเส้นเดียวทั้งผิว ผิวบนสวยต่อเนื่อง แต่ใช้เวลาพิมพ์นาน
Archimedean Chords: ลายเส้นโค้งเป็นวงเวียนเรขาคณิต ดูสวยแปลกตา เหมาะกับงานโชว์ชิ้น
Octagram Spiral: ลายดาวหมุนเป็นเกลียว ผิวเด่น สวยเชิงศิลป์ ใช้โชว์มากกว่าใช้งานจริง

4. แถบเครื่องมือ (Tool Bar Slicer)

รวมเครื่องมือสำคัญทั้งหมดที่จะใช้ในการจัดการโมเดล 3D ก่อนพิมพ์ รู้จักและเข้าใจการใช้งานเครื่องมือแต่ละตัว

Slicer Toolbar

คำอธิบายเครื่องมือ

1. Add Object: เพิ่มไฟล์โมเดล 3D (STL, OBJ, 3MF) เข้ามาในพื้นที่ทำงาน
2. Add Plate: เพิ่มแท่นพิมพ์ใหม่ ใช้เมื่อต้องการพิมพ์หลายงานหรือแยกงานเป็นหลายแท่น
3. Auto Orient: หมุนโมเดลอัตโนมัติให้เหมาะกับการพิมพ์มากที่สุด
4. Arrange Objects [A]: จัดเรียงโมเดลบนแท่นพิมพ์อัตโนมัติ ไม่ให้ชนกัน
5. Split to Objects: แยกไฟล์ที่รวมหลายชิ้นออกเป็นชิ้นอิสระ
6. Split to Parts: แยกโมเดลออกเป็นส่วนย่อยตามโครงสร้างของไฟล์
7. Variable Layer Height: ปรับความหนาเลเยอร์เฉพาะจุด เพื่อความสวยและลดเวลาพิมพ์
8. Move [M]: เลื่อนตำแหน่งโมเดลบนแท่นพิมพ์
9. Rotate [R]: หมุนโมเดลเพื่อหาทิศทางที่พิมพ์ง่ายและแข็งแรง
10. Scale [S]: ปรับขนาดโมเดลให้ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง
11. Lay on Face [F]: วางด้านที่เลือกของโมเดลให้แนบกับพื้นพิมพ์อัตโนมัติ
12. Cut [C]: ตัดโมเดลออกเป็นหลายชิ้น เหมาะกับงานใหญ่หรือซับซ้อน
13. Mesh Boolean [B]: รวม / เจาะ / ตัด โมเดลหลายชิ้นให้เป็นชิ้นเดียว
14. Support Painting [L]: ระบายจุดที่ต้องการให้สร้างซัพพอร์ตเอง
15. Seam Painting [P]: กำหนดตำแหน่งรอยต่อเส้นพิมพ์ ไม่ให้ไปอยู่จุดเด่น
16. Paint-on Fuzzy Skin [H]: ระบายเฉพาะจุดที่ต้องการผิวหยาบ (Fuzzy Skin)
17. Color Painting [N]: ระบายสีหรือกำหนดวัสดุต่างกันในโมเดลเดียว
18. Emboss [T]: เพิ่มตัวอักษรหรือลวดลายนูน/จมบนผิวโมเดล
19. Measure [U]: วัดขนาด ความยาว ความหนา และระยะต่าง ๆ ของโมเดล
20. Assemble [Y]: จัดตำแหน่งและทดลองประกอบชิ้นงานก่อนพิมพ์จริง
21. Brim Ears [E]: เพิ่มแผ่นยึดเล็ก ๆ ตามมุม ช่วยให้ชิ้นงานติดแท่นดีขึ้น
22. Assembly View: แสดงมุมมองการประกอบโมเดลหลายชิ้นแบบสมจริง

💡 เคล็ดลับการใช้งาน Toolbar

  • • ใช้ Hotkey (ตัวออักษรในวงเล็บ) เพื่อเข้าเครื่องมือเร็วขึ้น เช่น [M] = Move, [R] = Rotate
  • • Auto Orient ช่วยประหยัดเวลาหาทิศที่พิมพ์ดีที่สุด แต่อาจต้องปรับเพิ่มตามความต้องการ
  • • Support Painting ให้ควบคุมซัพพอร์ตได้แม่นยำ ไม่เสียเวลาพิมพ์ที่ไม่จำเป็น
  • • Seam Painting ช่วยซ่อนรอยต่อในจุดที่มองไม่เห็น งานออกมาสวยกว่า
  • • ใช้ Measure ตรวจสอบขนาดก่อนพิมพ์ เพื่อไม่ให้พลาดขนาดที่ต้องการ

5. Line Type ผู้สรุปทุกอย่างในงานพิมพ์ 3D

Line Type แสดงสรุปข้อมูลการพิมพ์ทั้งหมด ตั้งแต่ประเภทเส้น เวลา เปอร์เซ็นต์ ระยะทาง น้ำหนักเส้น และค่าใช้จ่าย เป็นหน้าต่างสำคัญที่ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของงานพิมพ์ก่อนเริ่มจริง

Line Type Summary

คำอธิบาย Line Type แต่ละประเภท

Inner wall (ผนังด้านใน)

ผนังชั้นในของชิ้นงาน สร้างความแข็งแรงและรูปทรงพื้นฐาน

Outer wall (ผนังด้านนอก)

ผนังชั้นนอกสุด กำหนดความสวยงามและความละเอียดของผิวงาน ใช้เวลาและเส้นค่อนข้างมาก

Sparse infill (โครงสร้างภายใน)

โครงสร้างตาข่ายภายใน ใช้เส้นและเวลามากที่สุด (30%) เพิ่ม % ได้ความแข็งแรงแต่เปลืองเส้น

Internal solid infill (โครงทึบภายใน)

ส่วนที่ต้องการความแน่นทึบ 100% เช่นจุดรองรับหรือบริเวณที่ต้องการความแข็งแรงพิเศษ

Top surface (พื้นผิวด้านบน)

ชั้นผิวบนสุดของชิ้นงาน ควรปรับความเรียบให้สวยงาม

Bottom surface (พื้นผิวด้านล่าง)

ชั้นผิวล่างติดกับเตียง ควรตั้งค่าให้เกาะแน่นและเรียบ

Internal Bridge (สะพานภายใน)

เส้นที่ทอดข้ามช่องว่างภายในชิ้นงาน ช่วยลดการใช้ Support

Gap infill (เติมช่องว่าง)

เติมช่องว่างเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเส้น มักใช้น้อยมาก

Brim (ขอบยึดเตียง)

วงขอบรอบชิ้นงานเพื่อเพิ่มการยึดติดกับเตียง ป้องกันงานหลุด

Custom (กำหนดเองพิเศษ)

ส่วนที่ตั้งค่าพิเศษแยกต่างหาก เช่นบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูง

Travel (การเคลื่อนที่)

การเคลื่อนย้ายหัวพิมพ์โดยไม่พิมพ์ ใช้เวลาประมาณ 2-3%

Retract / Unretract (ดึงเส้นกลับ/ปล่อยเส้น)

การดูดเส้นพลาสติกกลับและปล่อยออก ป้องกันเส้นยางยืดและหยดพลาสติก

Wipe (เช็ดหัวพิมพ์)

เช็ดหัวพิมพ์เพื่อลดเศษพลาสติกก่อนเริ่มพิมพ์จุดใหม่

Seams (รอยต่อ)

จุดเริ่มต้น/สิ้นสุดของแต่ละชั้น ควรตั้งค่าให้ซ่อนไว้ด้านหลังหรือมุม

ข้อมูลการประมาณการ (Total Estimation)
  • Total Filament: ความยาวเส้นพลาสติกทั้งหมดและน้ำหนัก
  • Model Filament: เส้นที่ใช้กับตัวชิ้นงานจริง (ไม่รวม Brim/Support)
  • Cost: ประมาณการค่าใช้จ่าย คำนวณจากราคาเส้นที่ตั้งไว้
  • Prepare time: เวลาเตรียมเครื่องก่อนพิมพ์ (อุ่นหัวและเตียง)
  • Model printing time: เวลาพิมพ์ชิ้นงานจริง
  • Total time: เวลารวมทั้งหมดจนเสร็จ
  • 💡 เคล็ดลับการใช้ Line Type

    • • ดูสัดส่วน % แต่ละส่วนเพื่อวางแผนการลด/เพิ่มความแข็งแรง
    • • ถ้า Sparse infill ใช้มากเกิน 35% ลองลด % infill density ลง
    • • ตรวจสอบ Total Filament เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายก่อนพิมพ์
    • • Model printing time ช่วยวางแผนเวลาพิมพ์ แต่ควรเผื่อเวลา 10-15%
    • • ใช้ตารางนี้เปรียบเทียบการตั้งค่าแบบต่างๆ เพื่อหาจุดสมดุลที่ดีที่สุด

    📥 ดาวน์โหลด Elegoo Slicer เวอร์ชั่นภาษาไทย

    ไฟล์แปลภาษาไทยสำหรับโปรแกรม Elegoo Slicer ใช้งานได้ทันที

    📋 วิธีติดตั้ง

    1. 1. ดาวน์โหลดไฟล์ภาษาไทยจากลิงค์ด้านบน
    2. 2. เปิด folder ของโปรแกรม ElegooSlicer ในเครื่องคุณ
    3. 3. ค้นหาไฟล์ภาษาอังกฤษ (en) ในโปรแกรม
    4. 4. เปลี่ยนชื่อไฟล์เดิมเป็นชื่ออื่น (เช่น en_backup) เพื่อสำรองไฟล์
    5. 5. คัดลอกไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาใส่แทนที่
    6. 6. ลบ "_th" ออกจากชื่อไฟล์ (ถ้ามี)
    7. 7. เปิดโปรแกรม ElegooSlicer ใหม่ จะเป็นภาษาไทยแล้ว!